Chapter 4








เจ็บ….ใครก็ได้

ใครก็ได้ ช่วยผมที ช่วยด้วย เจ็บ…ทรมาน

ใครก็ได้…ช่วย…

ช่วยฆ่าผมทีเถอะ!!!

 

เรื่องราวของเอริค มุน นั้นเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่เอาใจใส่มากแม้จะมีกิจการที่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ลืมที่จะให้ความรักกับเทพตัวน้อยๆของพวกเขาเลย เอริคมีเพื่อนที่พ่อแม่รู้จักกันคือ มินอู หรือ อี มินอู นั่นเอง

“เอริค สวัสดีคุณนายอีสิจ้ะ”คุณแม่คนสวยของเอริคพูดขึ้นในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งของกิจการทางบ้าน เอริคที่ตอนั้นอายุแค่ 5 ขวบกว่าๆก็เริ่มออกงานเลี้ยงและคุ้นชินกับมันบ้างแล้ว

“ส…สวัสดีฮะ”เอริคที่ถึงแม้จะดูดีตั้งแต่เด็กแต่ก็ยังเขินอายอยู่บ้างเอ่ยสวัสดีกับเพื่อนคุณแม่ของเขา

“สวัสดีจ้า เอริคสินะ นี่มินอูจ้ะลูกน้าเอง เอ้า!! มินมินทักทายพี่เขาหน่อยสิ”ถึงคุณแม่ของมินจะบอกว่าทักทายพี่แต่เอริคเกิดปีเดียวกันแต่ห่างเดือนแค่นั้นเอง

“สวัสดีฮะคุณนายมุน พี่เอริค ผมมินมินฮับ!!!”เด็กน้อยตัวจ้อยแนะนำตัวพร้อมตะเบ๊ะท่าให้เสร็จสรรพสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ใหญ่หลายๆคนได้ ทั้งสองเป็นเพื่อนกันอย่างรวดเร็ว นั่นคือการพบกันครั้งแรกของเพื่อนซี้คนแรกของเอริค

.

.

.

.

.

.

.

เมื่อเอริคอายุ 18 ปี เอริคเริ่มที่จะเรียนรู้งานบริหารบางอย่างบ้างแล้ว และกิจการของครอบครัวดูท่าจะไปได้ดีและเริ่มกว้างขวางขึ้นซึ่งนั่นทำให้เริ่มมีคู่แข่งและศัตรูเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นช่วงที่ต้องฝ่าฟันอะไรหลายๆอย่างเพื่อให้กิจการอยู่รอด นั่นก็ทำให้พบกับมินอูบ่อยขึ้น เพราะครอบครัวมินอูคอยค้ำจุนบริษัทเอริคอยู่เนืองๆ

“ว่าไง เอริคที่เข้าไปฟังที่บอร์ดบริหารน่ะเป็นไงบ้าง?”หนุ่มตัวเล็กทักเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูเหนื่อยสุดๆของเจ้าตัว

“แย่ว่ะ กิจการก็ดูไปได้ดีนะ แต่ฉันรู้สึกเหมือนมีบางจุดผิดๆอยู่อ่ะ ช่วยตามให้ทีดิ”ว่าแล้วก็โบ้ยงานใส่เพื่อนรักทันที เห็นได้ว่ามินอูเบะปากแต่ก็รับเอกสารนั้นไปด้วย

“เออๆ ช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วนิ ไปพักซะบ้างไปไปต่างจังหวัดอะไรอย่างงี้ไง”มินอูแนะนำเพราะช่วงนี้ถึงแม้จะเรียนจบมหาลัยด้วยความก่งระดับมหาเทพ เลยจบเร็วและมาทำงานได้ก็สามารถโทรมได้เหมือนคนทั่วไป

“อืม โอเค ถ้ามีงานก็ติดต่อมานะ”เอริคว่าก่อนจะโบกมือลามินอู เพื่อเตรียมตัวจะไปพักผ่อนตามที่มินอูแนะ


วันต่อมา เวลา 9:00 น.

เอริคตื่นมาด้วยท่าทีสดใสเพราะได้นอนเต็มอิ่มและวันนี้คือวันพักผ่อนแรกของเขา เอริคกะจะหยุดไปสักสองสามอาทิตย์แต่ก็คงผิดต่อมินอูไปหน่อยที่ปล่อยให้ทำงานคนเดียวสรุปคือหยุดแค่สักอาทิตย์เดียวก็พอนั่นแหละ เอริคมองกระเป๋าเดินทางใบย่อมที่มีของไม่มากนักสำหรับการพักผ่อน เอาไปแค่นี้คงพอแหละเอริคพินิจมองก่อนจะตัดสินใจยัดกระเป๋าเข้ารถสุดรักของตน

ขณะนี้เอริคขับรถปอร์เช่สีดำเรียบๆของเขามาได้ครึ่งทางแล้วและเป็นเวลาเย็นมากซึ่งมองเห็นพระอาทิตย์สีส้มสวยงามได้เต็มๆตา เอริคเพลิดเพลินกับทรรศนียภาพรอบตัวที่มีป่าเขาลำเนาไพรทำให้เขารู้สึกสบายตาและสดชื่นมากขึ้นกว่าอยู่ในเมืองที่มีแต่ฝุ่นควันของรถยนต์ และความตึงเครียดกดดัน

 

อา….มาพักผ่อนบ้างตามที่มินบงว่ามันก็ดีแฮะ


ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่เขาได้มาเที่ยวก็ได้ของฝากไปฝากเพื่อนเขาเยอะแยะเลย ไม่งั้นมินอูคงจะงอนไปเป็นอาทิตย์แน่ๆ เอริคนั่งหัวเราะในรถก่อนจะลงมือจัดของว่าของฝากนั้นเป็นของใครต่อของใคร เอริคแซงรถอีกคันหนึ่งที่กำลังจะจอดก่อนเขารถของเอริคจอดอยู่ข้างทางและยังไม่เดินทางออกมาจากสถานที่ที่เขามาเที่ยว สักพักก็ได้ยินเสียงดังโหวกเหวกโวยวายสักอย่างและเสียงหนักๆที่ดังมาเป็นระยะ พอเงยหน้าขึ้นมากลับเจอรถบรรทุกน้ำมันที่กำลังหมุนควงสว่านมาทางเขา











โครมมมมมม!!!

รถบรรทุกชนเข้ากับรถของเอริคอย่างจัง สภาพเร็วโดนทับบี้แบน ซึ่งเอริคก็อยู่ใต้ซากรถนี้ด้วย เอริคลืมตาขึ้นมาอย่างทึนๆแต่ยังพอมีสติอยู่บ้างเพราะได้ยินเสียงโวยวายอยู่รอบๆบริเวณนี้แต่หูของเขาก็อื้อไปหมด เอริคพยายามขยับทุกส่วนของร่างกาย ใช่แล้ว!!! เขาขยับได้แต่ขาข้างหนึ่งกลับถูกทับอยู่ซึ่งไม่นานเกินรอซากที่ทับอยู่ก็เริ่มถูกยกออกไปทีละชิ้นๆ จนเอริคเจอแสงสว่างจึงสลบไป

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ปิ๊ป ปิ๊ป….ปิ๊บ ปิ๊บ

เสียงเครื่องตรวจจับบางอย่างร้องดังเป็นระยะๆ เอริคถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัส โครงรถเสียบคาอก สมองได้รับความกระทบกระเทือนจนเลือดคั่ง กระดูกต้นขาแตกเนื่องจากถูกทับ  ไหล่หลุด ช้ำใน และเนื้อตัวฟกช้ำไปหมด การติดต่อญาติๆนั้นมินอูรู้เป็นคนแรกและกำชับทางตำรวจอย่าพึ่งติดต่อใครเป็นอันขาด ที่ตำรวจโทรหาเขาเป็นสายแรกเพราะในโทรศัพท์มินอูติดต่อกับเอริคเป็นคนสุดท้ายและก่อนเกิดเหตุแค่ 5 นาทีเท่านั้น!!!

“พระเจ้า!!! นี่มันอะไรกันเนี่ย?”มินอูที่ผลักประตูเข้ามาอุทานขึ้นพร้อมเอามือป้องปากอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่เห็น มินอูมองเห็นร่างๆหนึ่งที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลเกือบทั่วตัว สายส่งสารห้อยระโยงระยางไปหมด และร่างกายที่กำลังหายใจอย่างรวยริน มินอูรู้ว่าเอริคตื่นอยู่ จึงเดินเข้าไปใกล้และบีบมือเบาๆ

“มิน….มินอู…นาย..อึก…นายใช่มั้ย?”เอริคที่บนหน้ามีผ้าพันแผลที่ตาด้วย ถามขึ้น

“ใช่ ฉันเอง…..”มินอูพูดขาดช่วง ไม่ถามต่อเรื่องที่ว่าทำไมถึงมาเป็นอย่างนี้ เขากลั้นสะอื้นไม่ให้มีเอริครู้ว่าน้ำตากำลังจะไหล

“ฉัน…ฉันอยู่ที่ไหนมินอู เจ็บ….ฉันเจ็บไปหมด มินอูนายยังอยู่ใช่มั้ย?”แขนซ้ายที่ยังพอขยับได้คว้าเสื้อมินอูไว้แน่นไม่ยอมให้ไปไหน

“ไม่เป็นไรๆ นายอยู่โรงพยาบาล ฉันจะอยู่ตรงนี้กับนายไม่ต้องห่วง”มินอูกุมมือที่จับเสื้อไว้แน่นของเอริค ก่อนเอริคจะคลายมือลงมินอูรู้สึกได้ว่าเอริคเริ่มใจชื้นขึ้นนิดนึง นิดนึงจริงๆ

"เรื่องงานนายไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวฉันจะทำต่อให้ ให้นายหายดีขึ้นอีกนิดนึงก่อนละกัน ตอนนี้ก็พักให้สบายไปก่อนอย่าคิดมากส่วนคุณท่านฉันจะเรียนให้ว่านายพักร้อนไปเดือนนึงเลยละกัน "มินอูว่าก่อนจะติดต่อกับคนสนิทให้เคลียร์ตารางงานมาที่เขาแทนเอริค

"นาย...นายจะไม่เป็นไรหรอ?"เอริคถามเพราะงานหนักมากแค่ของมินอูก็แทบจะเยอะไม่ให้ไปไหนอยู่แล้ว มาเจอของเอริคอีกนี่เรียกได้ว่าสิงบริษัทได้เลยทีเดียว

"ไม่เป็นไร ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดฉันแหละที่ทำให้นายเป็นอย่างนี้"มินอูกล่าวด้วยใบหน้าที่เศร้า

"อย่าพูดอย่างนั้นสิ.....นายไม่ผิดหรอก"เอริคบีบมือมินอูเป็นการย้ำว่ามินอูเองไม่ได้ผิด รถคันนั้นต่างหากที่ผิด

"อืม งั้นคืนนี้ฉันจะเฝ้านายก่อนละกัน พรุ่งนี้มีประชุมเช้าถ้าตื่นมาไม่เจออย่าเหงาละกัน"มินอูพูดติดตลกทำให้เอริคยิ้มได้ เพราะในตอนนี้เขาก็ยังมีมินอูอยู่ข้างๆ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ถัดออกมาในสถานที่ที่มนุษย์ไม่สามารถจับต้องและเอื้อมถึงได้ นั่นคือ"สวรรค์"สถานที่ที่ผู้คนใฝ่ฝันที่จะได้มาหลังจากตายไปแล้วนั่นเองยังมีสองหนุ่มที่กำลังมองดูร่างของเอริคที่นอนบาดเจ็บอยู่ที่เตียงขาวสะอาดในโรงพยาบาล

"คนนี้หรอเฮซอง?"ดงวาน ชายหนุ่มร่างสันทัดผมดำ มากด้วยความรู้ถามเพื่อนของเขาที่แม้จะเป็นชายแต่หน้าสวยหวานงดงามราวเทพธิดา

"ใช่ นี่แหละคนที่ฉันตามหา"ใบหน้าสวยตอบรับด้วยใบหน้านิ่งแม้ภายในอกนั้นเต้นระรัวแทบขาดใจ

"แล้วเขาจะเรียกนามแท้ของนายรึเปล่า? ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะจำนายได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิญญาณดวงนั้นจะมีความทรงจำชอง"เขา"น่ะ?"ดงวานถามและเตือนด้วยความเป็นห่วง

"ฉันจะทำมันอีกครั้งและคงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วล่ะ"เฮซองว่าด้วยน้ำเสียงเศร้า ดงวานจับบ่าที่สั่นไหวเบาๆเป็นเชิงให้กำลังใจ

"ถ้างั้นฉันจะลงไปเป็นเพื่อนนายด้วย"

"ดงวาน!!!"เฮซองตกใจที่ดงวานจะตามลงมาด้วยแม้ครั้งก่อนๆจะคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆก็เถอะ

"ครั้งสุดท้ายก็ทำให้เต็มที่ไปเลยสิ ฉันจะเข้าทางเพื่อนหมอนั่นละกัน"ดงวานว่าก่อนจะดึงมือเฮซองฉุดมายังโลกเบื้องล่าง มาอยู่ข้างเตียงร่างสูง "ครั้งนี้นายก็จะใช้พลังเทพทั้งหมดของนาย ในการรักษาหมอนั่นสินะแต่นายก็จะโดนลดขั้นนะ คิดดีแล้วหรอ?"ดงวานอธิบาย

"ฉันยอม ถ้านี่คือครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอละก็....."

"ฉันไม่ห้ามนายละกัน เอาเถอะจะทำอะไรก็ทำไปนะ ฉันขอไปเตรียมการอะไรนิดหน่อยละกัน"ดงวานว่าก่อนจะขอตัวไปทำธุระของตน

เฮซองยืนมองร่างสูงที่เข้าสู่นิทราไปแล้วด้วยดวงตาอาลัยอาวรณ์ มือบางขาวซีดแตะลงบนมือหนาเบาๆก่อนจะสลายหายเป็นควันไปทิ้งไว้แต่หยดน้ำตาบนหลังมือของเอริค

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ครึ่งเดือนต่อมา

"อาการยังไม่ดีขึ้นอีกหรอครับ!! ทำไมมันถึงแย่ลงขนาดนี้ละ!!"มินอูที่กำลังหัวเสียกับหมอด้านหน้าห้องของเอริค พยายามจะทำความเข้าใจกับสาเหตุที่อาการของเอริคทรุดหนักลงเรื่อยๆ ไม่ดีขึ้นเลย

"มีการติดเชื้อเข้ากระแสเลือดครับ เป็นแบบฉับพลันจึงไม่สามารถทำอะไรได้เลย แถมมีอาการช็อคของสมองส่วนหน้าเล็กน้อยยังมีชีวิตอยู่ได้นี่ปาฏิหาริย์แล้วนะครับ"คุณหมอชี้แจงเหตุผลบางส่วนของอาการยิ่งทำให้มินอูหน้าเสียลงกว่าเดิม

"ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วหรอครับ"มินอูพยายามจะหาทางออก แต่ยิ่งคุ้ยลงไปกลับยิ่งเจอทางตัน

"หมอให้ยาปฏิชีวนะแล้วครับ ต้องรอดูอาการอีกสองสามวันถ้าดีขึ้นคือรอด ถ้าไม่....."

"หมอไม่ต้องพูดต่อแล้วครับ ผมขอตัว"มินอูสะบัดหน้าเดินเข้าห้องคนไข้ทันที ภาพที่เขาเห็นก็แทบอยากจะร้องไห้ให้รู้แล้วรู้รอดทันที ภาพของเตียงเอริคที่มีทั้งพยาบาลและแพทย์เฉพาะทางรายล้อมตรวจอาการต่างๆ มินอูเห็นแค่มือของเอริคที่โผล่ออกมามันกระตุกเกร็งดูน่ากลัว เสียงแหบแห้งที่ร้องโวยวายว่าเจ็บว่าปวดดังก้องทั่วห้องไปหมด  มินอูรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรเพื่อเพื่อนเขาไม่ได้เลยนอกจากรอปาฏิหาริย์ที่จะเกิดขึ้นในพร้อมความหวังที่ริบหรี่




อีกสองวันต่อมา

อาการของเอริคไม่ดีขึ้นเลยหลังจากให้ยาไปซึ่งทางเหล่าแพทย์ลงความเห็นว่าถ้าไม่ดีขึ้นคงต้องถอดเครื่องช่วยหายใจซึ่งต้องได้รับการอนุมัติจากญาติๆซึ่งก็คือมินอูนั่นเอง มินอูในตอนแรกนั่นลังเลที่จะเซ็นสัญญาในเอกสารของทางโรงพยาบาล แต่ก็กลั้นใจเซ็นลงไปด้วยเหตุผลที่ว่า "ไม่อยากให้เอริคเจ็บปวดไปมากกว่านี้" ซึ่งทางคุณพ่อคุณแม่เอริคทราบเรื่องนี้จึงอนุมัติให้เซ็นไปในทันที

"เอริค......นายยังสู้ไหวรึเปล่า?"มินอูถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ วันนี้เขาต้องนอนเฝ้าเอริค และตอนนี้ในหัวกลับมีเรื่องราวหลายอย่างผสมปนเปไปหมด ทั้งเรื่องที่เมื่อตอนเด็ก เรื่องงาน เรื่องบริษัท และเรื่องหลายเรื่องอีกมากมายที่ตอนนี้มันตีไปมาไปหมด แต่สิ่งเดียวที่มินอูรู้คือ เขากำลังจะเสียเพื่อนรักไป.......

และในกลางดึกคืนนั้นเอง คืนที่ตัดสินชะตาชีวิตของเขา ร่างของเฮซองที่เดินเข้ามาอย่างเงียบๆและเปล่งแสงสีขาวนวลตานั้นเดินเข้ามาใกล้ที่เตียงของเอริค เพราะอะไรไม่รู้ที่มินอูกลับลืมตาขึ้นมาดื้อๆ เลยหันไปเจอร่างเฮซองที่เปล่งแสงน้อยๆออกมา มินอูยืนมองร่างนั้นอึ้งๆ ก็จะเปล่งเสียงเรียกออกไป

"เธอ......."แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มบางๆ และมือสวยๆที่มีนิ้วชี้จรดริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบแทน

เฮซองยื่นมือไปตรงหน้ากลางลำตัวของเอริคก่อนแสงที่ห่อหุ้มร่างบางเริ่มมารวมตัวบนฝ่ามือและกลายเป็นทรงกลมเล็กๆ เฮซองปล่อยบอลแสงนั้นก่อนมันจะซึมลงไปบนตัวเอริค เอริคเริ่มลืมตาเล็กน้อย แต่ภายในดวงตานั้นพร่ามัวเกินกว่าจะเห็นใบหน้าได้ชัด

"เธอ....เป็นนางฟ้างั้นเทวดาหรอ?"เอริคถามเสียงแหบพร่า เฮซองไม่พูดอะไรก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากเอริคอย่างแผ่วเบาพร้อมทิ้งท้ายไว้ว่า

"เราจะได้เจอกันเร็วๆนี้แล้วก็ปาฏิหาริย์น่ะ....มีจริงเสมอ"เฮซองทิ้งไว้ก่อนประโยคหลังจะหันไปยิ้มบางๆให้มินอูและหายเป็นควันไปก่อนที่มินอูจะคว้าไว้ได้ทัน

"เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน...อึก..."หลังจากนั้นทั้งสองก็สลบไป

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

"เฮือกกกกกกก!!!"มินอูที่อยู่ๆก็ลุกพรวดขึ้นมา และภาพตรงหน้าคือเหล่าแพทย์พยาบาลกำลังยุ่งวุ่นวายที่ตัวเอริคนั่นเอง ไม่รอช้ามินอูก็เข้าไปหาหมอเจ้าของไข้ทันที

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ!! เพื่อนผมเป็นอะไร?"มินอูตะโกนเสียงดัง จนเหล่าหมอต้องปรามให้เบาเสียงลง

"ฟังก่อนสิครับ คุณมินอู"หมอที่พยายามจะอธิบาย แต่ก็ต้องพยายามแกะมือที่ยกคอเสื้อออกด้วยเช่นกัน

"เอ่อ...ใจเย็นๆก่อนค่ะ คุณมินอูขอร้องละค่ะ อย่ามีเรื่องในนี้เลยนะคะ"พยาบาลสาวพยายามปรามพ่อหนุ่มเลือดร้อนให้เย็นลง มินอูจึงปล่อยคอเสื้อลง

"เอาละครับ อาการของเพื่อนคุณนั้น........"มินอูพยายามคาดหวังว่าให้มันดีขึ้น

"ในตอนแรกนั้นความดันลดลงอย่างรวดเร็วแถมมีอาการขาดออกซิเจนอย่างมาก"

"แล้วตอนนี้?"

"หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ อาการทุกอย่างคงที่แล้วทั้งหมด แถมตอนนี้อาการภายในหายเกือบหมดแล้วมีเพียงแผลฟกช้ำภายนอกเท่านั้น กับทำกายภาพบำบัดนิดหน่อยเพราะคนไข้ไม่ได้เดินมาร่วมเกือบครึ่งเดือนแล้ว"มินอูแทบไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน มินอูรู้สึกว่าหน้าหมอเริ่มไม่ชัดเจนและขุ่นมัวคงเป็นเพราะน้ำตาของเขาเป็นแน่ มินอูดีใจจนทรุดลงกับพื้น

"ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณ......ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย?"มินอูปิดหน้าร้องไห้โฮด้วยความที่กลั้นไม่อยู่ พยาบาลสาวเข้ามาประคองและพาไปนั่งที่โซฟา

"อีกสองวันผมจะให้พยาบาลที่ดูแลเรื่องการบำบัดมาพาไปบำบัดและดูแลเรื่องต่างส่วนตัวให้นะครับ"หมอทิ้งท้ายไว้ก่อนจะขอตัวออกไปหาคนไข้คนอื่นแทน

"งั้นเรื่องเมื่อวาน?......เราไม่ได้ฝันหรือเพี้ยนไปใช่ไหมเนี่ย?"







TBC.
_________________________________________________________________________________________________

กลับมาแล้วค่าาาาาาา TAT ไรท์กลับมาแล้ววววว ตอนนี้ให้ยาวๆ 



ดราม่า(?)ยาวๆๆๆๆๆ


เลยจัดให้ยาวนิดนึงค่ะ ^^ รอตอนต่อไปด้วยน้าาาา คือแบบไรท์ก็ไม่ค่อยว่างไรงี้


พึ่งเริ่มว่างเองค่ะ เดี๋ยวจะมีงานอีกละ 5555

 

edit @ 26 Mar 2014 15:32:29 by ~ HaNaHaNa ~

Comment

Comment:

Tweet