Chapter 5







 

ในห้องคนไข้สีขาวสะอาดมีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกุหลาบและดอกไม้นานาชนิดอบอวลไปทั่วห้อง ร่างสูงที่พิงอยู่ตรงหัวเตียวสายตาก็เสมองออกไปนอกหน้าต่างเฝ้าทบทวนว่าเขารอดมาได้อย่างไรกัน? และเพราะอะไรที่ยังอยู่ตรงนี้? เหมือนกับมีใครดึงไม่ให้เขาไปซะอย่างงั้นละ แต่กว่าจะคิดอะไรไปไกลนักเสียงประตูห้องก็เปิดขึ้น

"อ้าว!! ไอ้ริคแกตื่นแล้วหรอ? นั่งซึมเชียวเป็นไรล่ะ? นี่ๆๆ ฉันซื้อของโปรดแกมาด้วยพึ่งพ้นวิกฤตมาได้ต้องฟื้นฟูสัก
หน่อย"มินอูวางถุงกับข้าวและผลไม้หลายอย่างลงบนโต๊ะเล็กๆและจัดแจงใส่ถ้วยทันที

".................."เอริคไม่ได้ตอบแต่หันกลับมามองมินอูแทน

"เอ้า!! ไอ้นี่ไม่ยอมตอบอีก"

"ฉันแค่สงสัยเฉยๆ"

"สงสัยอะไรล่ะจะตอบให้?"

"ฉันรอดมาได้ยังไง?"เอริคถามมินอูหน้านิ่งทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาแทบตกนรกทั้งเป็นด้วยซ้ำ จมดิ่งอยู่ในความมืดมิดที่ไร้แสงสว่างแต่อยู่กลับมีลูกบอลแสงเล็กๆพุ่งใส่ตัวเขา ฉุดขึ้นไปพบเจอแสงสว่างจ้า มินอูหน้าเจื่อนลงนิดนึงถึงเขาจะอยู่ในเหตุการณ์ก็เถอะ แต่มินอูจะประโยคของคนแปลกหน้าได้ประโยคหนึ่ง

"ปฏิหาริย์มีจริงเสมอ"มินอูพลั้งปากพูดออกไป ทำเอาเอริคทำหน้างงเลยทีเดียว

"ใช่!! ปฏิหาริย์ไง แฮะๆ"มินอูเออออกับสิ่งที่ตัวเองพูดไปทันที ไม่รู้ล่ะยังไงก็ให้ผ่านไปก่อนดีกว่า ว่าแต่....ที่บอกว่าเดี๋ยวได้เจอกันนี่ยังไงเนี่ย

เอริคไม่ได้ตอบอะไรออกไปแค่พยักหน้าให้เท่านั้น ก่อนจะจัดการกับข้าวที่มินอูซื้อมาฝากไม่นานก็มีพยาบาลมาตรวจอาการเป็นระยะๆ ซึ่งทางแพทย์และพยาบาลต่างดีอกดีใจที่คนไข้หน้าหล่อ(?)เริ่มกลับมามีน้ำมีนวลเนื่องจากครึ่งเดือนก่อนซูบซีดเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกเท่านั้นเอง

"คุณมินอู ช่วยมาพบหมดสักครู่ได้ไหมครับ ข้างนอกห้อง"คุณหมอที่พึ่งตรวจอาการเสร็จหันมาพูดกับมินอู

"เอ้อ ครับ"มินอูลุกตามไปอย่างว่าง่าย

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

"นี่ชิน เฮซอง คนที่มาทำกายภาพบำบัดให้คุณเอริคตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปนะครับ เฮซองนี่คุณมินอูเป็นเพื่อนกับคุณเอริคคนไข้ของนาย"มินอูตกใจที่คนตรงหน้านั้น ช่างคล้ายคลึงกับคนในคืนนั้นมากเกินไปจนเหมือนกับตัวจริงนั้นมาอยู่ตรงหน้าเขาแต่แค่ไม่มีแสงๆมาล้อมรอบแค่นั้นเอง เฮซองทำได้เพียงยิ้มบางๆเท่านั้น

"เธอ......."มินอูไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะต้องเงียบไว้ดีกว่าเดี๋ยวหมอหาว่าบ้า

"ครับ"เสียงหวานเล็ดลอดออกจากริมฝีปากบางเพียงแผ่วเบาเท่านั้น หลังจากที่ทำความรู้จักมักจี่กันแล้วคุณหมอก็ขอตัวให้ทั้งสองได้คุยกันนิดหน่อย เผื่อว่าพรุ่งนี้จะได้แนะนำให้เอริคได้ถูก

"นายเป็นใครกันแน่?"มินอูถามเฮซองด้วยความกล้าๆกลัวๆ เขาจำได้ใบหน้านั้น ใบหน้าที่อ่อนโยนและห่วงหาเอริค

"ฉันชิน เฮซอง เป็น....."

"เทพเทวา"เฮซองตอบไปอย่างไม่มีปิดบัง

"นายมาทำอะไร?"เป็นเทพเทวาแล้วลงมาที่โลกมนุษย์ทำไมนะ

"ฉันมาหา"คู่สัญญา"ของฉัน"

"คู่สัญญา เอริคเนี่ยนะ?"มินอูเริ่มงงกับเฮซอง มันไปสัญญาอะไรกับใครที่ไหนไว้วะ เฮซองทำได้แค่พยักหน้า

"จนกว่าฉันจะอธิบายอะไรทั้งหมดได้ เรามารู้จักกันแค่"ธรรมดา"ดีไหม? ไม่มีเทพ และไม่มีใครอื่น"เฮซองเสนอข้อตกลงออกมาเพราะตอนนี้แค่เรื่องของเอริคเขาดีใจมากเกินไปซะด้วยซ้ำ

"เอาสิ แค่เรื่องงานกับเรื่องไอ้ริคก็ปวดหัวขนาดนี้แล้ว อ้อ!! ยินดีที่ได้รู้จักนะเฮซอง"

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันมินอู"

"นายคงเริ่มงานพรุ่งนี้สินะ แล้วต้องทำยังไงบ้างละ?"

"พรุ่งนี้ฉันจะมารับเอริคตอน 10 โมงนะ และพาไปห้องกายภาพก็ใช้เวลา 1 ชั่วโมงหลังจากนั้นก็ทานข้าวกลางวัน ช่วงบ่ายเป็นช่วงพักผ่อนจะไปเดินเล่นหรือจะนอนที่เตียงก็ได้ แต่ถ้าจะให้ฉันพาไปไหนนี่บอกได้ตลอดเลยนะเพราะเป็นดูแลเอริคเป็นพิเศษ เนื่องด้วยเคสพิเศษน่ะ"เฮซองชี้แจงตารางต่างๆให้มินอูฟัง

"ถ้าฉัน......จะฝากเอริคให้นายทั้งวันจะได้มั้ย? แบบตลอดทั้งสัปดาห์ไรเงี้ย"มินอูบอกเพราะเขาต้องไปเคลียร์งานที่คั่งค้างมานาน

"ได้สิ ไม่ต้องห่วงทำงานของนายให้เสร็จเถอะ กว่าเอริคจะหายคงอีกสักครึ่งเดือนนะ ถ้าดูจากสภาพแล้ว"

"ขอบคุณมาก งั้นถ้าเป็นไปได้ฉันกลับตอนนี้เลยดีกว่า เดี๋ยวไปลาเอริคแปปละกัน ไปนะ"มินอูบอกลาด้วยท่าทางสบายๆ

"มินอู เดี๋ยว!!........"เฮซองพยายามเรียกรั้งไว้แต่ก็ไม่ทัน

"จะบอกว่ากลับไปจะได้เลขาเพิ่มอีกสักคนแน่ๆ แต่.....ช่างเถอะ"เฮซองหันกลับไปแล้วเดินลับไปทางบันไดฝากหนึ่ง

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เช้าวันต่อมา

เอริคตื่นเช้ากว่าปกตินิดหน่อย เพราะมีพยาบาลสาวมาปลุกให้ทานข้าวเช้าและเตรียมรับการบำบัดครั้งแรกของเขา วันนี้อากาศภายนอกดูสบายๆไม่หนาวไม่ร้อนเกินไป ใบหน้าหล่อเริ่มดูเข้มและมีเนื้อหนังมากชึ้นต่างจากหลายสัปดาห์ก่อน ที่ซูบซีดแล้วซูบซีดอีก อาเจียนแล้วอาเจียนอีก ช่างแตกต่างซะจน.....เหมือนคนละคนกัน

"สวัสดีครับ คุณเอริค"เสียงหวานใสถูกเปล่งออกมาจากร่างบางในชุดสีขาวที่พออยู่กับคนขาวๆอย่างเฮซองแล้วมันดูมีออร่าบางอย่าง

"คุณคือ......"เอริคไม่ทันได้ตอบอะไรเฮซองก็ชิงพูดก่อนซะแล้ว

"ผมชิน เฮซองรับหน้าที่มาทำกายภาพบำบัดให้คุณ อายุเราเท่ากันขอเรียกว่าเอริคละกันนะ ส่วนนายก็เรียกฉันว่าเฮซองละกัน"ใบหน้าหวานพูดจ้อไม่หยุด

"อืม....เฮซอง"ไม่รู้ทำไมทั้งที่พึ่งรู้จักกันแค่เพียงเสี้ยววินาที ในอกของเขามันกลับเต้นระรัวอยู่อย่างนั้น ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มน่ารักๆนั่นอีก แค่เพียงได้เห็นหน้าเขากลับยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

"งั้นเราไปกันเถอะ เสียเวลามามากแล้วล่ะ"เฮซองช่วยพยุงเอริคให้มานั่งที่รถเข็นแล้วพามาที่ห้องบำบัด ระหว่างทางก็คุยเรื่องจิปาถะไปเรื่อย

"นายทำงานอะไรน่ะเฮซอง"เอริคเริ่มถามเข้าเรื่องส่วนตัวของเฮซอง

"ฉันก็เป็นบุรุษพยาบาลสิ ถามแปลกๆนะเอริค คิกๆ"คนร่างบางแขวะเอริคเบาๆ พร้อมหัวเราะเบาๆ

"ก็รู้แล้วน่า"ซึ่งยังผลให้เอริคงอนเบาๆ"ทำปากแหลมๆน่ะ ไม่หล่อเลยนะเอริค"

"จะมีใครสนเล่า!!"เอริคหันหน้างอนไปด้านข้างพอเฮซองก้มมาข้างหนึ่งก็หันไปอีกทาง พอก้มอีกทางก็หันไปอีกทาง

"ฉันไง....หน้านายออกจะหล่ออย่าทำปากเป็นตูดเป็ดอย่างงั้นสิ"เฮซองย่อตัวให้ใบหน้าพอดีกับใบหน้าของเอริค ก่อนจะจับแก้มทั้งสองของเอริคดึงเล่น

"โอ้ย!! เอ็บอะ เออองอี่!!"เอาเอริคพูดออกมาไม่เป็นภาษาเลยทีเดียว นี่เหมือนเพื่อนเล่นกันมากกว่าอยู่ในฐานะบุรุษพยาบาลกับคนไข้ซะอีก ทำให้ทั้งคนไข้และพยาบาลแถวนั้นหัวเราะคิกคักเป็นสีสันของโรงพยาบาล

ซึ่งน่าแปลกที่ตลอดทั้งสัปดาห์เอริคติดเฮซองไม่ห่างเลย และอย่างที่คิดการบำบัดของเอริคดูไปได้ดีและเวลาที่ทั้งสองจะอยู่ด้วยกันก็เริ่มน้อยลงเพราะเอริคต้องกลับไปทำงานบริษัท แต่เฮซองนี่สิ.....กลับต้องอยู่ที่นี่ต่อไป

ยิ่งนานวันไปเอริครู้สึกว่าความรู้สึกบางอย่างมันก่อตัวขึ้นในอก รู้สึกไม่อยากแยกจาก รู้สึกโหยหาอย่างน่าประหลาด จนเอริคแน่ใจแล้วว่าความรู้ตลอดครึ่งเดือนมาคือของจริง ไม่ใช่ความรู้สึกชั่วคราวในห้องคนไข้ เวลาที่เอริคเตรียมตัวกลับไปทำงานเฮซองยืนจัดสูทเอริคให้เข้าที่และจัดเนคไทอยู่ เอริคลังเลว่าควรจะบอกความรู้สึกไปดีรึเปล่า แต่ถ้าไม่บอกเขาอาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย

"เอ้อ....เฮซองคือฉัน......เอ่อ"

"มีอะไรรึเปล่าเอริค?"เฮซองเงยหน้าสวยๆขึ้นสบตากับเอริค นั่นยิ่งทำให้เอริคอยากจะชั่งใจอีกนิดว่าควรบอกดีมั้ย? แต่เอาวะ...ดีกว่ามันค้างคาในใจ

"คือจะว่าอะไรมั้ย?....ถ้า"

"ถ้า? ถ้าอะไรล่ะ เอริครีบพูดสิ"คนสวยตบแก้มเอริคเบาๆเป็นเชิงแหย่

"จะว่าอะไรมั้ย? ถ้าฉันจะบอกว่าชอบนายน่ะ"ในที่สุดเอริคก็พูดออกไป เจ้าตัวหลับตาปี๋รอฟังคำตอบจากคนสวยตรงหน้า

"อา.....นั่นนายพูดความจริงรึเปล่า?"

"จริงสิ!! จริง จริงทุกอย่างแน่นอน"เอริคกุมมือบางทันทีแบบไม่ให้ทันตั้งตัว เฮซองดูตาโตนิดๆ แล้วก็ยิ้มบางๆให้

"อืม....ฉันไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี แต่นี่น่าจะแทนคำตอบได้นะ"พูดจบร่างบางก็เขย่งจูบที่ปากของเอริค จะเรียกจูบก็ไม่ได้หรอกเพราะแค่เอาปากแตะเฉยๆ

"งั้น....งั้นก็หมายความว่า...."เอริคดึงตัวเฮซองไปกอดแน่นแทนความดีใจ ทั้งที่เขาก็เคยมีหญิงมากมายมาติดพันเยอะแยะ แต่กับคนคนนี้เป็นคนแรกที่เราเอ่ยปากว่าชอบ









แล้วเฮซองก็ลาออกจากงานที่ทำอยู่ก่อนจะย้ายไปอยู่กับเอริค ส่วนเอริคทำงานบริษัทไปได้ไม่นานก็ส่งมอบบริษัทให้คนสนิทที่ไว้ใจอย่างจงฮยอนให้ดูแลบริษัทแทน เพราะเอริคคิดว่าตนคงไม่เหมาะกับงานอย่างนี้ เอริคชอบงานออกแบบมากกว่าการจัดการบริษัทที่เรียนรู้กับบิดามาตั้งแต่เล็กๆ แต่เมื่อบิดารู้ว่าจริงๆแล้วเอริคลาออกเพราะอะไรก็แทบโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

"แก!!....เอริคทำไมแกถึงไปคบกับคนแบบนั้นฮะ!!"เสียงบิดาตวาดปาวๆดังลั่นทั่วคฤหาสน์ คนตัวบางอย่างเฮซองทำได้แค่เพียงยืนหลบอยู่หลังคนรักเท่านั้นเอง

"ผมรักเฮซอง!! ทำไมเราถึงรักกันไม่ได้ละ!!?"เอริคโต้กลับไปบ้าง

"เจ้านั่น....เจ้านั่นมันผู้ชายนะเอริค แกแต่งงานกับผู้ชายไม่ได้ แกต้องแยกกับมัน!!!"ผู้เป็นพ่อโมโหจนขีดสุด ชี้หน้าลูกชายผู้เป็นทายาทชื่อเชื้อสายตระกูล

"อ...เอริค ถ้า ถ้างั้นฉันไปก็ได้"เฮซองเอ่ยอย่างกล้าๆกลัวๆ

"ไม่ได้!! นายไม่ได้ผิดอะไรทั้งนั้นเฮซอง"เอริคคว้าข้อมือบางที่กำลังจะหันหลังกลับไว้ทันที

"หึ ถ้าแกรักมันมากล่ะก็....ออกไปจากบ้านฉันซะ!! ออกไป!! แล้วอย่ากลับมาอีก ฉันกับแกตัดพ่อกับลูกกัน!!!"บิดาประกาศเสียงกร้าวทำเอาทั้งห้องเงียบกริบ

"คุณคะ...แบบนั้นมัน"ฝ่ายมารดาเริ่มที่จะอ้อนวอนขอความปราณีลูกชายตน

"ไป!!! แกไม่ใช่คนในครอบครัวนี้แล้ว ออกไป!!!!!!!!"

"ไปกันเถอะเฮซอง"ร่างหนาจูงร่างบางออกไปให้เร็วที่สุด

"อ..อื้อ"เฮซองทำได้เพียงแค่ตอบรับและเดินตามออกไปเท่านั้น

.

.

.

.

.

.

"เอริค ฉันขอโทษเรื่องพ่อแม่นายนะ ฮึก"ใบหน้าสวยสะอื้นไห้อย่างไม่มีทางเลือก น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่  เอริคทำได้เพียงจูบซับน้ำตาให้คนรักก็เท่านั้น

"ไม่ใช่ความผิดนายหรอก เฮซองไม่ใช่"เอริคปลอบก็คิดไว้อยู่แล้วว่าคงเป็นแบบนี้แต่ไม่นึกว่าจะร้ายแรงขนาดนี้อ่ะนะ

"เราจะเริ่มต้นใหม่ด้วยกันนะ ฉันจะหางานทำนะ"เอริคกอดปลอบคนตัวบางที่สะอื้นไห้ตัวโยนให้ใจเย็นลง เขาก็ไม่อยากจะเห็นน้ำตาจากคนที่รักหรอกนะ

"อ...อืม งั้นฉันคงจะต้องทำงานกับเพื่อนน่ะ "

"เพื่อน? นายมีเพื่อนที่โซลด้วยหรอ?"

"อื้ม มีสิชื่อ ดงวาน น่ะ แล้วก็มีรุ่นน้องชื่อแอนดี้"เฮซองอธิบายอย่างน้อยก็ทำให้เอริคสบายใจที่ที่นี่ยังมีคนรู้จักของเฮซองอยู่บ้าง(แต่ไม่รู้ว่าทั้งเฮซอง ดงวาน และแอนดี้เป็นเทพเทวา)

"อืม...โอเค เดี๋ยวฉันจะลองติดต่อมินอูให้ลองดูๆงานให้ฉันน่ะ หยุดร้องไห้แล้วใช่มั้ย? จริงๆแบบนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหรอก"

"นี่ยังไม่เลวร้ายอีกรึไง เอริค ฉันทำให้พ่อแม่นายตัดพ่อตัดลูกกับนายนะ!!!"เฮซองพูดเสียงดัง ทำแก้มป่องใส่คนร่างสูง

"แต่ตอนนี้ก็มีนายอยู่ข้างๆแล้วนี่"เอริคหยอดคำหวานไปดอกนึง ทำเอาคนหน้าหวานสะอึกหันหน้าหนีไปทางอื่น

 

"อะ..อะไรเล่า!!! ไปๆกลับคอนโดได้แล้ว"เฮซองที่หน้าแดงจนทำอะไรไม่ถูกก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที










TBC.
_________________________________________________________________________________________________

ไรท์กลับมาแล้วค่าาาาาาาาา ฮรือออออ คิดถึงลีดทุกคนเยย *กระโดดทับ*


มาตอนนี้แล้วนะคะ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะยาวถึงอีกเมื่อไหร่ ก็ขอความกรุณาติดตาม

กันด้วยนะค้าาาาา


อ่านแล้วไม่เม้นมีงอนน้าาาา =3=







ล้อเล่นค่ะ 55555



่ีjust kidding น้ออออ

edit @ 26 Mar 2014 15:34:23 by ~ HaNaHaNa ~

Comment

Comment:

Tweet